ความคิดหลัก
“พระวจนะของพระเจ้าส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเชื่อของผมทุกวัน”
Search through all lessons and sections in this course
Searching...
No results found
No matches for ""
Try different keywords or check your spelling
1 min read
by Stephen Gibson
“พระวจนะของพระเจ้าส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเชื่อของผมทุกวัน”
เพื่อเรียนรู้ถึงเหตุผลต่างๆที่ถูกต้องและวิธีการต่างๆที่ถูกต้องสำหรับการศึกษาพระคัมภีร์แบบเฝ้าเดี่ยว
► คริสเตียนควรอ่านพระคัมภีร์ทุกวันเพราะอะไร?
► บางคนศึกษาพระคัมภีร์เป็นประจำได้ยากเพราะอะไร?
(1) เพื่อความสัมพันธ์กับพระเจ้า
พระธรรมสดุดี บทที่ 119 ซึ่งเป็นบทที่ยาวที่สุดในพระคัมภีร์กล่าวถึงพระวจนะของพระเจ้าในเกือบทุกข้อ พระธรรมนี้กล่าวว่าพระวจนะของพระเจ้าเป็นการแสดงออกถึงพระธรรมชาติของพระเจ้าดังนั้นพระคัมภีร์จึงเป็นเครื่องมือในการรู้จักพระเจ้า
พระธรรม 2 ทิโมธี 3:16 ให้เหตุผลอีกหลายข้อสำหรับการศึกษาพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งผิด และการอบรมในความชอบธรรม
จากข้อนี้เรารู้ว่าเราควรศึกษาพระคัมภีร์
(2) เพื่อรู้และเชื่อความจริง
นี่อาจเป็นเหตุผลแรกในการศึกษาพระคัมภีร์ที่คนส่วนใหญ่คิดถึง การศึกษาพระคัมภีร์สำคัญ “หลักคำสอน” อ้างอิงถึงความจริงที่เราเชื่อและสั่งสอน พระคัมภีร์เป็นแหล่งคำสอนสำหรับเรา พระคัมภีร์เปิดเผยพระธรรมชาติของพระเจ้า สภาวะของมนุษย์ และความรอด
(3) เพื่อรับคำชี้แนะสำหรับชีวิต
“ตำหนิ แก้ไข และสั่งสอนในความชอบธรรม” เป็นสิ่งที่พระวจนะของพระเจ้าทำเพื่อแสดงให้เราเห็นถึงวิธีการดำเนินชีวิต
(4) เพื่อพันธกิจที่มีประสิทธิภาพ
“การตำหนิ แก้ไข และสั่งสอนในความชอบธรรม” ไม่ได้เกิดขึ้นขณะศึกษาพระคัมภีร์ส่วนตัวเท่านั้น แต่เกิดขึ้นเวลาที่เราใช้พระวจนะของพระเจ้าทำพันธกิจกับคนอื่นด้วย
เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถและพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง (2 ทิโมธี 3:17)
(5) เพื่อความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ
ถึงแม้ว่าขณะนี้ท่านทั้งหลายควรจะเป็นครูได้แล้ว แต่ท่านก็ต้องให้คนอื่นสอนท่านอีกในเรื่องหลักธรรมเบื้องต้นแห่งพระวจนะของพระเจ้า ท่านต้องการน้ำนมไม่ใช่อาหารแข็ง เพราะว่าทุกคนที่ยังกินน้ำนมนั้นยังไม่เข้าใจในเรื่องความชอบธรรม เพราะเขายังเป็นทารกอยู่ (ฮีบรู 5:12-13)
เมื่อคนๆหนึ่งฝึกฝนการแยกแยะจากพระวจนะของพระเจ้า เขาก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่และพัฒนาความสามารถในการใช้พระวจนะของพระเจ้าเพื่อสั่งสอนคนอื่น
1. เพื่อสร้างการแปลความใหม่ๆขึ้น บางคนมองหาการแปลความหมายแปลกๆใหม่ๆที่ไม่ค่อยสนับสนุนเนื้อความ เราควรมีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์ใช้พระคัมภีร์และสื่อสารพระคัมภีร์ ไม่ใช่แปลความหมายพระคัมภีร์ พระคัมภีร์หมายความอย่างไรก็หมายความอย่างนั้นและเราต้องไม่สร้างความหมายให้พระคัมภีร์
“ความไพบูลย์ของพระคัมภีร์ไม่ได้อยู่ในความอุดมสมบูรณ์ของความหมาย” (จอห์น คาลวิน)
2. เพื่อรวบรวมหลักฐานสำหรับการโต้แย้ง บางครั้งการโต้เถียงต้องใช้พระคัมภีร์ การศึกษาพระคัมภีร์จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์นั้น อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการศึกษาพระคัมภีร์แบบเฝ้าเดี่ยว ถ้าหากคนอ่านพระคัมภีร์เพื่อการโต้เถียงเท่านั้น เขาก็ได้รับมุมมองที่บิดเบี้ยวไปและอาจเห็นเฉพาะสิ่งที่เขาอยากเห็นเท่านั้น
3. เพื่อได้รับการหนุนใจ แน่นอนว่าเราต้องการพระคัมภีร์เพื่อรักษากำลังใจและความชื่นชมยินดี แต่ไม่ใช่ทุกข้อความที่เขียนจะก่อให้เกิดความรู้สึกชื่นชมยินดี วัตถุประสงค์ของพระคัมภีร์คือรวมหลักคำสอน การตำหนิ การแก้ไข และการสั่งสอนเอาไว้ ถ้าหากคนกวาดสายตาผ่านข้อความเร็วๆ เพื่อมองหาข้อความที่ช่วยความรู้สึกของเขา เขาก็ไม่ยอมให้พระคัมภีร์พูดถึงสาสน์ของพระคัมภีร์ทั้งหมดกับเขา
ถ้าหากคนละเลยการศึกษาพระคัมภีร์ก็อาจเป็นเพราะเขาไม่มีเหตุผลที่ถูกต้องที่ระบุไว้ในตอนแรกของบทเรียนนี้ ถ้าหากเขาเองไม่มีเหตุผลที่ถูกต้องที่จะศึกษา ตัวเขาก็อาจรู้สึกว่าการศึกษาของเขาไม่สัมฤทธิ์ผลหรือไม่คุ้มค่าก็เป็นได้
(1) เริ่มต้นด้วยการอธิษฐานเพื่อความเข้าใจเนื้อความ
เตรียมจิตใจของคุณที่จะรับสาสน์ที่แท้จริงของเนื้อความ คุณไม่ได้กำลังศึกษาเพื่อแค่ให้รู้น้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้นแต่เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า การอธิษฐานเริ่มต้นของคุณเตรียมคุณที่จะเข้าใจและเชื่อฟัง
(2) แปลความหมายเนื้อความ
จริงๆแล้วเนื้อความกำลังกล่าวอะไรอยู่? ถอดความและระบุรายการคำแถลง ให้แน่ใจว่าการแปลความหมายของคุณเข้ากันได้กับข้อพระคัมภีร์ก่อนและหลังเนื้อความ ให้แน่ใจว่าการแปลความหมายของคุณไม่ขัดแย้งกับคำสอนของพระคัมภีร์ซึ่งเห็นได้ชัดแจ้งที่อื่น พิจารณาว่าผู้อ่านคนแรกๆจะเข้าใจเนื้อความว่าอย่างไร
(3) ประยุกต์ใช้เนื้อความส่วนตัว ดังนี้
บาปที่ต้องสารภาพหรือหลีกเลี่ยงหรือเปล่า?
สัญญาที่ต้องเรียกร้องหรือเปล่า?
ท่าทีที่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า?
พระบัญชาที่ต้องเชื่อฟังหรือเปล่า?
ตัวอย่างที่ต้องทำตามหรือเปล่า?
คำอธิษฐานที่ต้องอธิษฐานหรือเปล่า?
ความผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือเปล่า?
การทดลองที่ต้องหลีกหนีหรือเปล่า?
บางอย่างให้สรรเสริญพระเจ้าหรือเปล่า?
อาจมีหลายสิ่งเหล่านี้ในเนื้อความ
(4) อธิษฐานเพื่อให้ความจริงสำเร็จในคุณ
อธิษฐานที่พระเจ้าจะทำให้การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นเกิดขึ้นในจิตใจและในชีวิตของคุณ
(5) ตัดสินใจอย่างจริงจังว่าท่านจะเปลี่ยนแปลงอะไรเนื่องจากการประยุกต์นี้
การเปลี่ยนแปลงอย่างเจาะจงควรเป็นสิ่ง
ที่เป็นส่วนตัว – บางอย่างที่คุณจำเป็นต้องทำ
ที่ใช้ได้จริง – ไม่ใช่แค่ในทางทฤษฎี แต่ให้ผลในสิ่งที่ต้องลงมือทำ
ที่รายงานได้ – ลงมือทำภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด
ตัวอย่าง ไม่ใช่ “ผมจำเป็นต้องอธิษฐานมากขึ้น” แต่เป็น “ผมจะสงวนเวลาตั้งแต่ 8 โมงเช้าทุกวันเพื่ออธิษฐาน” ไม่ใช่ “ผมจำเป็นต้องหนุนใจคน” แต่เป็น “วันนี้ผมจะหนุนใจและช่วยลูกพี่ลูกน้องของผมซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก”
บางครั้งเราจะไม่อาจประยุกต์อย่างเจาะจงมาก แต่เราจะมองหาวิธีที่จะประยุกต์ใช้ความจริงของพระเจ้ากับการกระทำและท่าทีต่างๆของเราได้ครับ
► พูดว่า “เราได้พูดไปเกี่ยวกับประโยชน์บางอย่างของการศึกษาพระคัมภีร์แบบเฝ้าเดี่ยว มีประโยชน์บางอย่างที่คุณไม่ได้คิดจริงๆว่าเป็นเหตุผลในการศึกษาพระคัมภีร์หรือเปล่า?”
► ถาม “เหตุผลสำหรับการศึกษาพระคัมภีร์ที่จะสำคัญสำหรับคุณเป็นพิเศษคืออะไร?”
► ถ้าหากคริสเตียนมองการประยุกต์อย่างที่ระบุในขั้นตอนที่ 3 และอุทิศตัวที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างเจาะจงอย่างที่อธิบายในขั้นตอนที่ 5 ชีวิตของเขาจะเริ่มต้นแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอันยิ่งใหญ่ ถาม “ถ้าหากคุณเริ่มประยุกต์ใช้พระคัมภีร์กับชีวิตอย่างนี้ทุกวัน คุณคิดว่าจะส่งผลกระทบต่อคุณอย่างไรบ้าง?”
► ขอให้สมาชิกอุทิศตัวต่อขั้นตอนสำหรับการศึกษาพระคัมภีร์ดังต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ จดบันทึกช่วยจำเพื่อจะถามพวกเขาเกี่ยวกับผลที่ได้รับ
พระบิดาในสวรรค์
ขอบคุณพระองค์สำหรับสมบัติอันล้ำค่าที่ประทานแก่เราในพระคัมภีร์
ขอบคุณพระองค์ที่ทรงเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับวิธีรู้จักพระองค์ วิธีดำเนินชีวิต และวิธีช่วยคนอื่นให้แก่เรา
โปรดช่วยข้าพระองค์ให้ศึกษาพระวจนะของพระองค์ด้วยความขยันหมั่นเพียร โปรดประทานความเข้าใจความจริงที่ทรงเปิดเผยให้แก่ข้าพระองค์ โปรดทรงช่วยข้าพระองค์ให้ใช้ชีวิตตามพระวจนะของพระองค์ด้วยความสัตย์ซื่อ
อาเมน
ศึกษาพระธรรม 1 เธสะโลนิกา 5 โดยทำตามขั้นตอนการศึกษาพระคัมภีร์แบบเฝ้าเดี่ยวที่ระบุในบทเรียนนี้ อธิบายการประยุกต์ใช้ส่วนตัวที่คุณค้นพบ
26 lessons · แบบไทย
Your print request has been recorded. Your download should begin shortly.
Download Print-Ready FileFree to print for ministry use. No changes to content, no profit sales.
SGC exists to equip rising Christian leaders around the world by providing free, high-quality theological resources. We gladly grant permission for you to print and distribute our courses under these simple guidelines:
All materials remain the copyrighted property of Shepherds Global Classroom.
Questions? info@shepherdsglobal.org
Total
$21.99Added to Cart!
By submitting your contact info, you agree to receive occasional email updates about this ministry.
Download audio files for offline listening
No audio files are available for this course yet.
Check back soon or visit our audio courses page.
Share this free course with others