ความคิดหลัก
“ผมเติบโตฝ่ายวิญญาณเมื่อความเชื่อของผมทนทานต่อการทดสอบต่างๆ”
Search through all lessons and sections in this course
Searching...
No results found
No matches for ""
Try different keywords or check your spelling
1 min read
by Stephen Gibson
“ผมเติบโตฝ่ายวิญญาณเมื่อความเชื่อของผมทนทานต่อการทดสอบต่างๆ”
เพื่อเข้าใจว่าการทดสอบเจ็ดแบบทดสอบและเพิ่มพูนความเชื่อของเราได้อย่างไร
► มีใครที่พบกับช่วงเวลายากลำบากเมื่อเร็วๆนี้หรือเปล่า?
► คุณเคยนึกสงสัยว่าช่วงเวลายากลำบากมาถึงได้อย่างไรหรือเปล่า?
เราทุกคนล้วนมีเวลายากลำบาก และมีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่คุณจะพบกับสถานการณ์แวดล้อมที่ยากที่สุด
พระธรรม 1 เปโตร 1:6-7 อธิบายว่าเวลายากลำบากมีค่าเพราะอะไร
ในสิ่งนี้พวกท่านชื่นชมยินดี ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้ จำเป็นที่พวกท่านต้องทนทุกข์ในการทดลองต่างๆ นานาชั่วระยะหนึ่ง เพื่อการทดสอบความเชื่อของพวกท่าน (อันล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ ที่แม้ว่าจะเสื่อมสลายไปได้ก็ยังถูกทดสอบด้วยไฟ) จะนำไปสู่การสรรเสริญ ศักดิ์ศรี และเกียรติ ในเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ
ทองผ่านขั้นตอนชำระให้บริสุทธิ์อย่างหนักเนื่องจากคุณค่าของมัน ถ่านหินวัดน้ำหนักเป็นตันในขณะที่ทองวัดน้ำหนักเป็นออนซ์หรือเป็นกรัม
ความเชื่อมีคุณค่ายิ่งกว่าทองดังนั้นจึงควรค่าแก่การขัดเกลา
► ความเชื่อคืออะไร?
บางครั้งคนยกคำพูดจากฮีบรู 11:1 ว่าเป็นความหมายของความเชื่อ “ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น”
มีความเชื่อหลายแบบ แต่มีความเชื่อแบบหนึ่งที่เป็นพื้นฐานให้กับความเชื่ออื่นๆและจำเป็นสำหรับความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า
ข้อพระคัมภีร์ถัดไปอีกเล็กน้อยในฮีบรู บทที่ 11 ให้ความหมายของความเชื่ออีกความหมายหนึ่ง
แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะไม่เป็นที่พอพระทัยเลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้านั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระองค์ (ฮีบรู 11:6)
ความเชื่อพื้นฐานที่สุดคือเชื่อว่าพระเจ้าทรงตอบสนองต่อผู้ที่แสวงหาพระองค์ในหนทางที่ถูกต้อง เป็นการเชื่อว่าบำเหน็จของพระเจ้าบรรลุได้และควรค่าเหนือสิ่งอื่น
ความเชื่อนี้ถูกทดสอบผ่านการทดสอบต่างๆ ระหว่างการทดสอบนั้นเราถูกทดลองให้สงสัยว่าพระเจ้าจะประทานสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เราหรือเปล่า เราถูกทดลองให้คิดว่าการกระทำบางอย่างนอกเหนือน้ำพระทัยของพระเจ้าคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ
การไม่เชื่อฟังอยู่ตรงกันข้ามกับการหมั่นแสวงหาพระพรของพระเจ้าเนื่องจากความเชื่อ คนตัดสินใจไม่เชื่อฟังพระเจ้าเนื่องจากขาดความเชื่อ เมื่อบุคคลหนึ่งมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อพระเจ้า นั่นคือการขาดความเชื่อด้วยเช่นกัน เพราะเป็นการไม่ไว้วางใจพระเจ้า
ทุกการทดสอบเป็นการทดสอบความเชื่อ การทดสอบเป็นการทดลองให้คุณล้มเลิกความเชื่อและลงมือกระทำผิดๆหรือยอมรับท่าทีผิดๆแทนที่จะไว้วางใจพระเจ้า ความเชื่อเป็นชัยชนะเหนือทุกการทดสอบเพราะว่าโดยความเชื่อเราไว้วางใจพระเจ้าและเฝ้าแสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์โดยการอธิษฐานและการเชื่อฟัง
เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า ก็มีชัยเหนือโลก และความเชื่อของเรานี่แหละเป็นชัยชนะที่มีชัยเหนือโลก (1 ยอห์น 5:4)
คำชี้แนะของโลกต่อต้านพระเจ้า โลกพยายามทำสิ่งต่างๆให้ดูต่างไปจากความเป็นจริง ทำสิ่งผิดให้ดูปกติ โดยความเชื่อเราจดจำว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่ผู้ที่หมั่นแสวงหาพระองค์ ดังนั้นทุกการทดสอบเป็นการทดสอบความเชื่อ ความเชื่อเป็นชัยชนะของทุกการทดสอบ
การทดสอบความเชื่อทำลายเราถ้าหากเราล้มเลิกความเชื่อ แต่การทดสอบความเชื่อให้ประโยชน์แก่เราถ้าหากความเชื่อของเราทนทาน ความเชื่อของเราเพิ่มพูนและมีฤทธิ์เดชมากขึ้นจากการผ่านการทดสอบ นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่พระเจ้าทรงยินยอมให้การทดสอบมาถึงเรา เราได้รับขั้นตอนที่จำเป็นจากการทดสอบครับ
พี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อพวกท่านพบกับการทดลองใจต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง เพราะพวกท่านรู้ว่าการทดสอบความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความทรหดอดทน และจงให้ความทรหดอดทนนั้นมีผลอย่างสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่สมบูรณ์และดีพร้อม โดยไม่ขาดสิ่งใดเลย (ยากอบ 1:2-4)
การทดสอบความเชื่อพัฒนาความอดทน ความอดทนไม่ได้แค่หมายถึงความเต็มใจที่จะรอ การมีความอดทนหมายถึงทนทานโดยความเชื่อ ยากอบกล่าวต่อไปว่า “ท่านได้ยินเรื่องความทรหดอดทนของโยบ” (ยากอบ 5:11) โยบสับสนในสิ่งเดียวกัน แต่ท่านยึดความเชื่อของท่านในพระเจ้าแม้ว่าจะมีโศกนาฏกรรมและสถานการณ์อันเลวร้าย (โยบ 2:9-10, 42:7)
ความอดทนนำมาซึ่งคุณสมบัติแบบคริสเตียนอื่นๆ การทนทานโดยความเชื่อทำให้เราสมบูรณ์และพรักพร้อมฝ่ายวิญญาณ ถ้าหากคนเอาแต่ไม่เชื่อ เขาก็จะไม่เติบโตในความเชื่อ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่เพิ่มพูนความอดทนเท่านั้น เขายังจะไม่เพิ่มพูนความรัก ความซื่อตรง การบังคับตน และคุณสมบัติแบบคริสเตียนส่วนใหญ่อื่นๆด้วย คริสเตียน “สมบูรณ์ไม่ขาดสิ่งใด” ก็โดยความอดทนซึ่งเป็นการทนทานโดยความเชื่อครับ
เราสามารถแบ่งการทดสอบออกเป็นอย่างน้อยเจ็ดหมวดหมู่
1. สถานการณ์ยากลำบาก การทดสอบความเชื่อเป็นการทดลองให้
ยินยอมต่อความคับข้องใจหรือความโกรธโดยยอมรับท่าทีที่ผิดๆ
ทำสิ่งต่างๆด้วยความหุนหันพลันแล่นเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
ไม่เชื่อฟังพระเจ้าเพื่อจะแก้ปัญหาด้วยวิธีของคุณ
2. ความอยุติธรรมและการทำทารุณ การทดสอบความเชื่อเป็นการทดลองให้
ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างผิดๆเพราะพวกเขาทำผิด
ไม่เต็มใจจะรอให้พระเจ้าทรงกระทำความยุติธรรมของพระองค์ให้สำเร็จ
ปฏิเสธไม่ยกโทษและไม่รักอย่างที่พระคริสต์ทรงกระทำ
3. ความทุกข์ยากโรคภัยทางกายภาพ ความเชื่ออาจดูเหมือนไร้ชีวิต ความกระตือรือร้นอย่างมากอาจดูอ่อนแรง การทดสอบความเชื่อเป็นการทดลองให้
ยินยอมให้กับความหดหู่
แสวงหาความสุขหรือความบันเทิงนอกน้ำพระทัยของพระเจ้า
4. เหตุการณ์ร้ายแรง เหตุการณ์ร้ายแรงเป็นเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆที่ดูเหมือนว่าทำลายเรา การทดสอบความเชื่อเป็นการทดลองให้
สงสัยความรักและความประเสริฐของพระเจ้า
สงสัยว่าพระเจ้าทรงควบคุมอยู่
5. ความสับสน การทดสอบความเชื่อเป็นการทดลองให้ยินยอมต่อความเข้าใจของตัวคุณเองซึ่งต่อต้านน้ำพระทัยของพระเจ้าซึ่งเป็นที่ทราบอยู่
6. การกดขี่ การกดขี่เป็นเวลาที่ดูเหมือนว่าอำนาจชั่วร้ายในโลกควบคุมอยู่ การทดสอบความเชื่อเป็นการทดลองให้หลีกเลี่ยงความทุกข์ยาก
7. การทดลองให้ทำบาป การทดลองให้ทำบาปคือเวลาที่บางอย่างที่โลกเสนอให้ดูดีกว่าความชื่นชมยินดีฝ่ายวิญญาณและบำเหน็จชั่วนิรันดร การทดสอบความเชื่อเป็นการทดลองให้ยินยอมต่อความดึงดูดใจของบาป
การทดสอบแต่ละอย่างเหล่านี้นำการทดลองเข้ามาเพื่อให้สงสัยว่าการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า การแสวงหาบำเหน็จของพระเจ้าเป็นหนทางที่ดีที่สุด นั่นเป็นเหตุว่าการทดสอบเป็นการทดสอบความเชื่อ ถ้าหากคริสเตียนรักษาความเชื่อซึ่งเชื่อฟังพระเจ้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแล้ว ความเชื่อของเขาจะเข้มแข็งมากขึ้นอย่างที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าความเชื่อนั้นถูกต้องครับ
พระเจ้าทรงรู้ถึงขีดจำกัดของเรา เวลาที่คนตัดสินใจว่าจะล้มเลิก นั่นไม่ใช่เพราะว่าสิ่งที่เขาประสบมามากเกินไปจริงๆ แต่เพราะว่าเขาคิดว่าเขาไม่อาจทนทานต่อสิ่งที่กำลังจะมาถึงได้แล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่คนพูดว่า “ผมทนมันอีกไม่ไหวแล้ว” หรือ “ผมไปต่อไม่ได้แล้ว” เขาล้มเลิกเพื่อจะหนีจากบางอย่างที่คิดว่ากำลังเข้ามา ถ้าหากเราไว้วางใจว่าพระเจ้าทรงรู้ถึงขอบเขตของเราและพระคุณของพระองค์ที่ช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆได้ เราก็เผชิญหน้าสิ่งต่างๆที่เข้ามาได้เพราะรู้ว่าพระเจ้าจะประทานชัยชนะให้แก่เรา
ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่านทั้งหลาย นอกเหนือการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ พระองค์จะไม่ทรงให้พวกท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อถูกทดลอง พระองค์จะทรงให้มีทางออกด้วย เพื่อพวกท่านจะมีกำลังทนได้ (1 โครินธ์ 10:13)
การทดสอบแบบเดียวกันอาจเกิดขึ้นกับคุณหลายครั้ง ดังนั้นการยินยอมเพียงชั่วร้ายไม่ช่วยให้คุณผ่านการทดสอบนี้ไปได้ เรามีแนวโน้มที่จะคิดว่าการทดสอบบางอย่างไม่ปกติและจะไม่เกิดขึ้นอีก จริงๆแล้วไม่มีการทดสอบใดที่ไม่ปกติและจะเกิดขึ้นอีกในลักษณะที่แตกต่างออกไป การไม่เชื่อทำให้คุณอ่อนแอลงและล้มเหลวได้อีก การเอาชนะการทดสอบทำให้คุณเข้มแข็งมากขึ้นสำหรับการทดสอบครั้งต่อไปครับ
► ขอให้บางคนแบ่งปันเกี่ยวกับการทดสอบที่พบเร็วๆนี้และแบ่งปันถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ขอให้พวกเขาอธิบายการทดสอบนั้นเป็นการทดสอบความเชื่ออย่างไร
► บางคนอาจอยากแบ่งปันว่าตอนนี้กำลังพบกับการทดสอบอะไรอยู่
► ถาม “คุณจำเป็นต้องจดจำอะไรเพื่อให้ทนทานการทดสอบนี้ด้วยความเชื่อได้?”
พระบิดาในสวรรค์
ขอบคุณพระองค์ที่ทรงอยู่กับข้าพระองค์เสมอและทรงช่วยข้าพระองค์ในทุกการทดสอบ โปรดทรงช่วยให้ความเชื่อของข้าพระองค์เข้มแข็ง โปรดช่วยข้าพระองค์ให้จดจำว่าเวลายากลำบากเป็นการท้าทายความเชื่อและความเชื่อของข้าพระองค์ต้องทนทาน
ข้าพระองค์อยากจะไว้วางใจพระองค์เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ข้าพระองค์จะแสดงความไว้วางใจของข้าพระองค์ให้เห็นด้วยการเชื่อฟังพระองค์เสมอ
ขอบคุณพระองค์สำหรับการพัฒนาความเชื่อที่เกิดขึ้นเมื่อพระองค์ทรงนำข้าพระองค์ผ่านการทดสอบอย่างผู้มีชัย
อาเมน
ศึกษาพระธรรมยากอบ 5:7-11 สังเกตเหตุผลที่ให้เราทนทานด้วยความเชื่อ มีการยกถึงผู้เผยพระวจนะเป็นตัวอย่าง ใครเป็นคนที่คุณรู้จักซึ่งเป็นผู้ที่ทนทานความยากลำบากด้วยความเชื่อบ้าง? แล้วถ้าหากเขาไม่ทนทานด้วยความเชื่อล่ะ?
26 lessons · แบบไทย
Your print request has been recorded. Your download should begin shortly.
Download Print-Ready FileFree to print for ministry use. No changes to content, no profit sales.
SGC exists to equip rising Christian leaders around the world by providing free, high-quality theological resources. We gladly grant permission for you to print and distribute our courses under these simple guidelines:
All materials remain the copyrighted property of Shepherds Global Classroom.
Questions? info@shepherdsglobal.org
Total
$21.99Added to Cart!
By submitting your contact info, you agree to receive occasional email updates about this ministry.
Download audio files for offline listening
No audio files are available for this course yet.
Check back soon or visit our audio courses page.
Share this free course with others