ความคิดหลัก
“ผมทำงานอย่างดีที่สุดในที่ทำงานเพราะพระเจ้าทรงเป็นนายจ้างของผม”
Search through all lessons and sections in this course
Searching...
No results found
No matches for ""
Try different keywords or check your spelling
1 min read
by Stephen Gibson
“ผมทำงานอย่างดีที่สุดในที่ทำงานเพราะพระเจ้าทรงเป็นนายจ้างของผม”
เพื่อเข้าใจว่าคริสเตียนควรทำงานเพราะอะไรและคนทำงานที่เป็นคริสเตียนควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
► คริสเตียนควรแตกต่างจากผู้ไม่เชื่อในที่ทำงานอย่างไรบ้าง?
หลักการแห่งความรับผิดชอบและซื่อตรงให้จริยธรรมบางอย่างแก่คริสเตียนเพื่อประยุกต์ใช้ในที่ทำงาน
► คริสเตียนควรทำงานหรือเปล่า? เพราะอะไร?
คริสเตียนควรทำงานเพราะเขามีความรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อคนอื่น
แม้เมื่อเราอยู่กับพวกท่าน เราก็ได้กำชับอย่างนี้ว่า ถ้าใครไม่ยอมทำงาน ก็อย่าให้เขากิน (2 เธสะโลนิกา 3:10)
คนไม่ควรคาดหวังให้คนอื่นดูแลถ้าหากเขาไม่เต็มใจทำสิ่งที่ทำได้
มีกี่คนที่ทำงานไม่ได้จริงๆ? ไม่มีเลยครับ แม้กระทั่งคนที่ทำงานปกติเพื่อให้ได้รับค่าจ้างไม่ได้นั้นก็อาจทำบางอย่างเพื่อดูแลความจำเป็นของคนอื่นได้ครับ
ผู้เชื่อมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวของตัวเอง
ถ้าใครไม่เลี้ยงดูญาติพี่น้อง และโดยเฉพาะคนในครอบครัวแล้ว คนนั้นก็ปฏิเสธความเชื่อ และชั่วยิ่งกว่าคนที่ไม่เชื่อเสียอีก (1 ทิโมธี 5:8)
แล้วถ้าหากความจำเป็นของคนๆหนึ่งได้รับดูแลเนื่องจากงานที่แล้วของเขาหรือเนื่องจากสิ่งที่เขาได้รับหรือเนื่องจาก “โชคดี”ล่ะ? เขาเป็นอิสระที่จะหยุดทำงานเพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาไม่จำเป็นอะไรแล้วหรือเปล่า? ไม่เลยครับ พระคัมภีร์บัญชาผู้เชื่อให้ทำงานเพื่อเขาจะดูแลความจำเป็นของคนอื่นๆได้ครับ
คนที่เคยขโมยก็อย่าขโมยอีกต่อไป แต่จงใช้มือ [ของตน]ตรากตรำทำงานที่ดีดีกว่า เพื่อจะได้มีอะไรแจกจ่ายให้คนที่มีความจำเป็น (เอเฟซัส 4:28)
สังเกตความแตกต่างระหว่างคนที่ขโมยเอาบางอย่างจากที่ไม่มีอะไรเลย และคนที่ทำงานเพื่อเขาจะให้ได้ คริสเตียนไม่ได้เป็นแค่คนที่ไม่ขโมยแต่เป็นคนที่ทำงานเพื่อจะให้
ดังนั้นผู้เชื่อควรทำงานเพื่อจัดหาสำหรับตัวเองและครอบครัวและเพื่อจะให้คนอื่นที่จำเป็นได้
ตอนนี้ให้เราพิจารณาข้อพระคัมภีร์บางข้อที่บอกเราว่าผู้เชื่อควรทำงานอย่างไร
► นักศึกษาคนหนึ่งควรอ่านพระธรรมเอเฟซัส 6:5-8 ให้แก่กลุ่ม อภิปรายความหมายของเนื้อความนี้แล้วพิจารณารายการข้างล่างเพื่อเพิ่มเข้าไปในข้อสังเกตุการณ์ต่างๆของคุณ
เอเฟซัส 6:5-8
ท่านทั้งหลายที่เป็นทาส จงเชื่อฟังนายฝ่ายโลกด้วยความเกรงกลัว ตัวสั่นและด้วยจริงใจ เหมือนที่ทำต่อพระคริสต์
ไม่เฉพาะแต่ขณะอยู่ในสายตาอย่างพวกประจบสอพลอ แต่เหมือนอย่างทาสของพระคริสต์ที่ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความเต็มใจ
จงรับใช้นายด้วยความกระตือรือร้น อย่างที่ทำต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่ทำต่อมนุษย์
เพราะพวกท่านรู้ว่าใครทำความดีอะไรไว้ ก็จะได้รับอย่างนั้นจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่าทาสหรือไท
คำว่า ผู้รับใช้ ที่ใช้ในพันธสัญญาใหม่อ้างถึงทาส อย่างไรก็ตามนั่นก็ไม่ได้ยกเว้นลูกจ้างสมัยใหม่จากคำแนะนำเหล่านี้ ลูกจ้างแตกต่างจากทาสตรงที่เป็นอิสระจะเปลี่ยนงานมากกว่า อิสรภาพนั้นทำให้เขายอมรับหรือปฏิเสธเงื่อนไขการว่าจ้างได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาตกลงที่จะทำงานเพื่อรับผลประโยชน์บางอย่างแล้วพระคัมภีร์ก็เรียกร้องให้เขาประยุกต์ใช้จริยธรรมบางอย่างกับงานตราบเท่าที่เขายังอยู่กับนายจ้าง
หลักการจากพระธรรมเอเฟซัส 6:5-8
1. คนทำงานต้องเชื่อฟังนายจ้างไม่เฉพาะเวลาที่อยู่ในสายตาแต่เชื่อฟังเสมอ นั่นยังหมายถึงเขาไม่ควรละเลยเรื่องต่างๆที่รู้ว่านายจ้างไม่น่าจะตรวจสอบ (“...ไม่เฉพาะแต่ขณะอยู่ในสายตา...)
2. คนทำงานควรรักษาคุณภาพและความพากเพียรในการทำงานราวกับทำงานเพื่อพระเจ้า (“...แต่เหมือนอย่างทาสของพระคริสต์ที่ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความเต็มใจ...”)
3. พระเจ้าจะทรงอวยพรคนทำงานเนื่องจากความสัตย์ซื่อในการทำงานของเขา (“...ก็จะได้รับอย่างนั้นจากองค์พระผู้เป็นเจ้า...”)
► นักศึกษาคนหนึ่งควรอ่านพระธรรมทิตัส 2:9-10 ให้แก่กลุ่ม อภิปรายความหมายของเนื้อความ จากนั้นพิจารณารายการข้างล่างเพื่อเพิ่มเข้าไปในข้อสังเกตุการณ์ต่างๆของคุณ
ทิตัส 2:9-10
จงให้ทาสทั้งหลายเชื่อฟังนายของตน และทำสิ่งที่ถูกใจนายทุกอย่าง อย่าให้เถียงเลย [โต้เถียงหรือตอบสนองอย่างไม่แสดงความเคารพ]
อย่าให้ยักยอก [ขโมย]แต่ให้สำแดงความซื่อสัตย์และดีงามในทุกอย่าง เพื่อเขาทั้งหลายจะเทิดพระเกียรติพระดำรัสสอนของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราในทุกๆ ด้าน
หลักการจากพระธรรมทิตัส 2:9-10
1. คนทำงานควรตอบสนองต่อคำชี้แนะของนายจ้างด้วยความเคารพ (“...อย่าให้เถียงเลย...”)
►.เวลาที่คนทำงานพูดถึงนายจ้างอย่างไม่แสดงความนับถือกับคนทำงานอื่นๆจะส่งผลอะไรบ้าง?
2. คนทำงานไม่ควรขโมยจากนายจ้างถึงแม้ว่าเขาคิดว่าตัวเขานั้นสมควรได้รับค่าจ้างมากกว่านี้ (“...อย่าให้ยักยอก...”)
3. การทำงานอย่างสัตย์ซื่อเป็นพยานชีวิตสำหรับพระกิตติคุณ ความไม่สัตย์ซื่อเป็นความเสื่อมเสียต่อพระกิตติคุณ (“...เพื่อเขาทั้งหลายจะเทิดพระเกียรติพระดำรัสสอนของพระเจ้า...”)
ในบทเรียนนี้คำแนะนำสำหรับการแบ่งปันจัดเตรียมไว้อยู่ในรายชื่อประเด็นการประยุกต์ใช้สองรายชื่อ
สมาชิกควรตรวจสอบตัวเองโดยใช้ประเด็นการประยุกต์ใช้ต่างๆแล้วพิจารณาว่าจิตสำนึกของเขาชัดแจ้งหรือเปล่า
► ขอให้นักศึกษาแบ่งปันถึงการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาได้อุทิศตนทำเมื่อประยุกต์ใช้เนื้อความเหล่านี้
พระบิดาในสวรรค์
ขอบคุณพระองค์สำหรับความสามารถที่จะทำงานและอภิสิทธิ์แห่งการทำงาน
โปรดช่วยข้าพระองค์ทำงานได้เป็นอย่างดีสำหรับนายจ้างโดยแสดงความเคารพต่อเขา เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจากงานของข้าพระองค์ และทำงานอย่างดีแม้ว่านายจ้างจะไม่ตรวจสอบงานของข้าพระองค์
ข้าพระองค์อยากจะสัตย์ซื่อต่อสิ่งที่ได้รับจากการทำงานโดยรับผิดชอบต่อความจำเป็นของข้าพระองค์และให้เพื่อช่วยเหลือคนอื่น
โปรดช่วยข้าพระองค์ให้จดจำว่าข้าพระองค์กำลังทำงานเพื่อพระองค์อยู่และบำเหน็จที่ดีที่สุดมาจากพระองค์
อาเมน
ศึกษาพระคัมภีร์ข้อเหล่านี้ซึ่งมีหัวข้อเกี่ยวกับการทำงานและความเกียจคร้าน
สุภาษิต 6:6-11
สุภาษิต 10:4-5
สุภาษิต 12:11
สุภาษิต 12:24
สุภาษิต 12:27
สุภาษิต 13:4
สุภาษิต 13:11
สุภาษิต 14:23
สุภาษิต 18:9
สุภาษิต 20:13
สุภาษิต 22:29
สุภาษิต 24:30-34
สุภาษิต 26:13-16
26 lessons · แบบไทย
Your print request has been recorded. Your download should begin shortly.
Download Print-Ready FileFree to print for ministry use. No changes to content, no profit sales.
SGC exists to equip rising Christian leaders around the world by providing free, high-quality theological resources. We gladly grant permission for you to print and distribute our courses under these simple guidelines:
All materials remain the copyrighted property of Shepherds Global Classroom.
Questions? info@shepherdsglobal.org
Total
$21.99Added to Cart!
By submitting your contact info, you agree to receive occasional email updates about this ministry.
Download audio files for offline listening
No audio files are available for this course yet.
Check back soon or visit our audio courses page.
Share this free course with others