ความคิดหลัก
“การเผชิญหน้าของผมกับพระเจ้าซึ่งนำไปสู่ความรอดเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของผมกับพระองค์”
Search through all lessons and sections in this course
Searching...
No results found
No matches for ""
Try different keywords or check your spelling
1 min read
by Stephen Gibson
“การเผชิญหน้าของผมกับพระเจ้าซึ่งนำไปสู่ความรอดเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของผมกับพระองค์”
เพื่อเข้าใจว่าการกลับใจใหม่และการยกโทษจำเป็นสำหรับคนบาปในการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์เพราะอะไร
► จุดเริ่มต้นของทุกความสัมพันธ์คืออะไร?
ก่อนที่คนจะมีความสัมพันธ์ได้ก็ต้องพบปะกัน จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์คือการเผชิญหน้าส่วนตัว
การเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่างพระเจ้ากับคนบาปเป็นอย่างไร? มันจะไม่เหมือนกับคนแปลกหน้าสองคนพบปะกัน ทักทายกันและกันแล้วเริ่มต้นทำความคุ้นเคยอย่างไม่เป็นทางการหรอกครับ แต่มันจะเป็นเหมือนกับการพบปะครั้งแรกกับคนที่คุณทำผิดต่อเขาอย่างร้ายแรงมากกว่า
จินตนาการถึงชายคนหนึ่งชื่อสมคิด สมคิดเช่าบ้านอยู่ ขณะอาศัยก็ซ่อมมอเตอร์ไซค์ในห้องนั่งเล่นทำพรมเสียหาย ยิงธนูใส่เป้าที่วาดบนผนัง เอาลาไว้ในบ้านแล้วมันก็เตะผนังจนเป็นรูเวลาหงุดหงิดหรือหิว สมคิดไม่เคยพบหน้าเจ้าของบ้านโดยตรง
แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกของคลีนิกทำฟัน สมคิดเริ่มพูดคุยกับคนแปลกหน้าและชอบชายคนนั้น แต่เขาพบว่าชายคนนั้นเป็นเจ้าของบ้านที่เขาเช่าอยู่
► ก่อนที่ทั้งคู่จะเป็นเพื่อนกันได้นั้นจะต้องเกิดอะไรขึ้นเสียก่อน?
สิ่งจำเป็นสำหรับการคืนดีเวลาที่คนหนึ่งทำผิดต่ออีกคนหนึ่งคืออะไร?
1. คนทำผิดต้องยอมรับและกลับใจใหม่ การกลับใจใหม่หมายถึงเขาจะต้องไม่ทำสิ่งผิดต่อคนอื่นอีกต่อไป
2. คนที่ถูกทำผิดต้องเต็มใจยกโทษถึงแม้ว่าคนที่ทำผิดจะไม่สามารถชำระค่าเสียหายได้ก็ตาม
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างถึงความผิดของเราต่อพระเจ้า ถึงแม้ว่าเราได้ทำผิดเลวร้ายกว่านี้มากนัก ครั้งแรกที่เราพบพระเจ้าก็มีปัญหาแล้วเพราะเราได้ทำผิดต่อพระองค์ ปัญหานั้นต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้
เวลานี้ให้เราพิจารณาถึงสภาวะของคนที่ถูกแยกออกจากพระเจ้าแล้วดูว่าสิ่งที่จำเป็นสำหรับเขาในการเป็นเพื่อนกับพระเจ้าคืออะไร
พระธรรมเอเฟซัส 2:2-3 อธิบายถึงสภาวะของคนที่ถูกแยกออกจากพระเจ้า
เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาปนั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้ เมื่อก่อนเราทุกคนเคยประพฤติเหมือนพวกเขาตามตัณหาของเนื้อหนัง คือทำตามความต้องการของเนื้อหนังและของความคิด โดยวิสัยแล้วเราจึงเป็นคนที่สมควรได้รับการลงโทษเหมือนอย่างคนอื่นๆ
ตามข้อนี้ ครั้งหนึ่ง “เรา” เคยใช้ชีวิตอยู่ใต้อำนาจของราคะตัณหาซึ่งเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตอันชั่วร้าย เราเป็น “ลูกแห่งการไม่เชื่อฟัง” ซึ่งถูกกำกับโดยซาตาน เราใช้ชีวิตแบบนี้ “ตามธรรมชาติ” ทำให้เราเป็นศัตรูของพระเจ้า เป็น “ลูกแห่งพระพิโรธ” ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าเราจะได้รับพระพิโรธของพระเจ้าที่เราสมควรได้รับเมื่อไหร่
►แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ยังไม่ได้รับความรอดจะเลวร้ายขนาดนั้นใช่ไหม? คุณเคยพบคนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนดี ซื่อตรง ใจดี และมีรับผิดชอบบ้างไหม? มันยากที่จะคิดว่าคนแบบนี้จะมีความผิดและมีเรื่องอะไรที่ต้องกลับใจ ใช่ไหม?
มีบางคนที่ไม่ได้กลับใจใหม่ที่ดูเหมือนว่าชีวิตก็ไม่ได้แสดงความชั่วร้าย พวกเขาอาจคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนบาปแต่ใช้ชีวิตในทางของตัวเองแทนที่จะยอมจำนนต่อพระเจ้า นี่เป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับคนดีที่ใช้ชีวิตในทางของตัวเองหรือเปล่า?
ให้เราพิจารณาที่พระธรรมอิสยาห์ 53:6
เราทุกคนหลงทางไปเหมือนแกะ ต่างคนต่างหันไปตามทางของตนเอง และพระยาห์เวห์ทรงวางความผิดบาปของเราทุกคนลงบนตัวท่าน
คนที่อ้างสิทธิเลือกหนทางของตัวเองนั้นก็ปฏิเสธสิทธิของพระผู้สร้างที่จะชี้แนะเขา นี่เป็นสาระสำคัญของบาป บาปเป็นการกบฏต่อสิทธิอำนาจของพระเจ้า บาปของอาดัมกับเอวาเมื่อทั้งคู่ถูกทดลองคือพยายามเป็นอิสระจากพระเจ้าและเป็นพระเจ้าของตัวเอง
มีคนประเภทที่ด่วนคิดว่าตัวเองได้รับความรอดเวลาที่ได้ยินว่าความรอดได้รับโดยความเชื่อ เขาไม่ได้สำนึกผิดจริงๆเพราะไม่ได้มองว่าจำเป็นต้องทำ ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนบาปที่สมควรได้รับการพิพากษาจากพระเจ้า แต่มองตัวเองว่าเป็นคริสเตียนเพราะยอมรับความจริงของศาสนาคริสต์และมองตัวเองว่าเป็นคนดีแต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เขาไม่เคยยอมจำนนความตั้งใจของตัวเอง เขาเพียงแต่ยอมรับพระเจ้าให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้วยังคงใช้ชีวิตส่วนใหญ่ตามความตั้งใจของตัวเอง นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับพระเจ้าที่นำไปสู่ความรอดตามคำอธิบายจากพระคัมภีร์
คนอาจดูว่าเป็นคนดีจากภายนอก แต่ถ้าหากเขาไม่ได้รับใช้พระเจ้าอยู่ เขาก็กำลังละเมิดพระบัญญัติข้อแรกของพระเจ้าที่ว่าเราต้องไม่มีพระอื่นๆต่อหน้าพระองค์ คนๆนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยห่วงถึงพระบัญญัติของพระเจ้า เขากำหนดเป้าหมายของตัวเองและใช้ชีวิตตามทางของตัวเอง เขารู้จักเกี่ยวกับพระเจ้าแต่ไม่ได้ถวายพระเกียรติพระองค์ในฐานะพระเจ้า (นั่นคือเขาไม่ได้ให้พระองค์เป็นพระเจ้าเหนือชีวิตของเขาอย่างแท้จริง) ดังนั้นเขาจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย (โรม 1:20-21)
พระคัมภีร์อธิบายถึงคนที่ไม่กลับใจใหม่ว่าเป็นคนที่ตาบอด อยู่ในความมืด เป็นทาส ถูกครอบงำด้วยราคะตัณหา และแม้กระทั่งตายแล้ว สภาวะของเขาน่าสิ้นหวังถ้าหากพระเจ้าไม่ได้ประทานความช่วยเหลือที่คนบาปต้องการ
พระเจ้าทรงกระทำขั้นตอนแรกที่จะนำเรามาเผชิญหน้ากับพระองค์เพื่อแก้ไขปัญหาบาปและช่วยให้เราเริ่มต้นความสัมพันธ์กับพระองค์ได้ พระองค์ทรงจัดเตรียมเครื่องบูชาเพื่อการยกโทษแล้วทรงใส่ความปรารถนาและทรงกระทำให้เราตอบสนองต่อสิ่งที่พระองค์ทรงเสนอให้ได้ครับ
พระเจ้าทรงเต็มพระทัยยกโทษและชำระราคาแห่งการยกโทษ พระองค์ทรงแสดงให้เราเห็นว่าพระองค์ทรงเต็มพระทัยโดยได้ทรงจัดเตรียมพระเยซูให้เป็นเครื่องบูชาบนไม้กางเขน
แม้ว่าจะมีการจัดเตรียมเครื่องบูชาแล้วก็ตาม คนบาปก็ยังคงสิ้นหวังอยู่นั่นเองถ้าหากไม่มีพระคุณของพระเจ้าทำงานอยู่ภายในจิตใจ พระคุณของพระเจ้าเข้าสู่จิตใจคนบาป พิสูจน์ความผิดถึงบาปและแสดงให้เขาเห็นว่าตัวเขานั้นต้องถูกตำหนิที่แยกออกจากพระเจ้า พระคุณของพระเจ้าแสดงความผิดแก่เขา ทำให้เขาปรารถนาการยกโทษและทำให้เขาสามารถตอบสนองต่อพระเจ้าได้ครับ
► มีใครอยากแบ่งปันถึงวิธีที่พระเจ้าทรงนำเขามาสู่การเผชิญหน้ากับพระองค์ที่นำไปสู่ความรอดหรือเปล่า?
เมื่อปราศจากพระคุณ คนบาปก็ไม่อาจแม้แต่จะมาหาพระเจ้าได้ พระคุณมาถึงทุกคนก่อนจะทันเริ่มแสวงหาพระเจ้าเสียอีก พระคุณมาถึงทุกคนแม้ว่าคนๆนั้นไม่ได้ทำอะไรที่สมควรได้รับพระคุณก็ตาม
ระลึกถึงพระธรรมเอเฟซัส 2:2-3 นั่นช่างเป็นคำอธิบายที่น่าสิ้นหวัง แต่ให้เราพิจารณาสองข้อถัดมาจากคำอธิบายนั้นครับ
แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์ ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ) (เอเฟซัส 2:4-5)
ถ้าหากคนไม่ได้รับความรอด นั่นก็ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่เคยได้รับพระคุณ แต่เป็นเพราะว่าตัวเขานั้นไม่ตอบสนองต่อพระคุณที่มีอยู่ต่างหากครับ
คริสเตียนคือคนที่มีประสบการณ์ถึงการเผชิญหน้าส่วนตัวกับพระเจ้า การเผชิญหน้าส่วนตัวกับพระเจ้าอาจมีขั้นตอนเมื่อคนเริ่มเข้าใจถึงพระกิตติคุณและเต็มใจจะสำนึกผิด แต่คนๆหนึ่งกลายเป็นคริสเตียนในชั่วขณะที่เผชิญหน้ากับพระเจ้า เวลานั้นเขาตอบสนองต่อพระคุณของพระเจ้าโดยสำนึกผิดต่อบาปและเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้าว่าทรงยกโทษแก่เขา
คนบาปที่สำนึกผิดและเชื่อในพระเจ้าได้รับการยกโทษและพระคุณที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ความรอดเปรียบได้กับการกลับมามองเห็น มาสู่แสงสว่าง ถูกไถ่จากการเป็นทาส ถูกปลดปล่อยจากราคะตัณหา และกลับฟื้นคืนสู่ชีวิต
พระกิจการ 26:18 อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่พระกิตติคุณกระทำต่อคนบาป เปาโลถูกส่งไปเพื่อ “เพื่อเปิดตาของพวกเขาและหันพวกเขาจากความมืดมาสู่ความสว่างและจากอำนาจของซาตานมาหาพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษบาปและได้อยู่ในหมู่ผู้ที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยความเชื่อในเรา”
► ตามพื้นฐานของสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในบทเรียนนี้ คริสเตียนแท้คืออะไร?
คริสเตียนแท้มีการเผชิญหน้าส่วนตัวกับพระเจ้าเวลาที่เขากลับใจใหม่ต่อบาป (ลูกา 13:5) รับการยกโทษโดยความเชื่อ (เอเฟซัส 2:8) และอุทิศชีวิตเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า (1 ยอห์น 3:6) การเผชิญหน้านี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขากับพระเจ้า (1 ยอห์น 1:3)
ถ้าหากคนไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้กับพระเจ้า เขาก็ต่อต้านพระคุณที่พระเจ้าประทานให้แก่เขาอยู่ เขาควรสำนึกผิดต่อบาปแล้วรับการยกโทษและพระคุณของพระเจ้าที่เปลี่ยนแปลงชีวิตโดยความเชื่อ
►.บางคนอาจแบ่งปันพยานชีวิตสั้นๆเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับพระเจ้าที่นำไปสู่ความรอดโดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ก่อนและหลัง”
► แต่ละคนควรถามตัวเองว่า “ผมเคยมีการเผชิญหน้ากับพระเจ้าตอนที่สำนึกผิดแล้วเชื่อและเริ่มต้นความสัมพันธ์ของผมกับพระเจ้า หรือผมทึกทักว่าตัวเองเป็นคริสเตียนด้วยเหตุผลผิดๆ?”
►.คนที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์กับพระเจ้าอาจอยากแบ่งปันความรู้สึกถึงความต้องการเพื่อกลุ่มจะอธิษฐานกับเขาได้
พระบิดาในสวรรค์
ขอบคุณพระองค์ที่ทรงยื่นพระหัตถ์มาถึงข้าพระองค์ขณะที่กำลังหลงหายและแยกออกจากพระองค์ ขอบคุณที่ทรงจัดเตรียมพระเยซูเป็นเครื่องบูชาบนไม้กางเขนเพื่อข้าพระองค์จะได้รับการยกโทษ
ขอบคุณพระองค์ที่ทรงแสดงให้ข้าพระองค์เห็นความผิดของข้าพระองค์ ที่ประทานความปรารถนาจะได้รับการยกโทษให้แก่ข้าพระองค์ และที่ทำให้ข้าพระองค์ตอบสนองพระองค์ได้
ขอบคุณพระองค์สำหรับการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่ทรงกระทำในชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์อยากจะใช้ชีวิตอยู่ในความรักเชื่อฟังต่อพระองค์
อาเมน
อ่านพระธรรมเอเฟซัส 2 ใคร่ครวญเกี่ยวกับการแทรกแซงอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงกระทำในชีวิตของเรา ข้อ 1-3 อธิบายถึงสภาพก่อนหน้าของเรา ข้อ 4 เริ่มต้นอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่พระเจ้าทรงกระทำ จงสังเกตถึงการอ้างอิงถึงความสัมพันธ์ตลอดทั้งบทโดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 4, 6, 7, 14 และ 19 เขียนถึงสิ่งที่คุณพบสักสองสามย่อหน้า
26 lessons · แบบไทย
Your print request has been recorded. Your download should begin shortly.
Download Print-Ready FileFree to print for ministry use. No changes to content, no profit sales.
SGC exists to equip rising Christian leaders around the world by providing free, high-quality theological resources. We gladly grant permission for you to print and distribute our courses under these simple guidelines:
All materials remain the copyrighted property of Shepherds Global Classroom.
Questions? info@shepherdsglobal.org
Total
$21.99Added to Cart!
By submitting your contact info, you agree to receive occasional email updates about this ministry.
Download audio files for offline listening
No audio files are available for this course yet.
Check back soon or visit our audio courses page.
Share this free course with others