ความคิดหลัก
“หลักการของพระเจ้าแนะนำและทำให้ความสัมพันธ์ต่างๆของผมบรรลุผล”
Search through all lessons and sections in this course
Searching...
No results found
No matches for ""
Try different keywords or check your spelling
1 min read
by Stephen Gibson
“หลักการของพระเจ้าแนะนำและทำให้ความสัมพันธ์ต่างๆของผมบรรลุผล”
เพื่อประยุกต์ใช้หลักการแห่งความรัก สันติ และความเคารพ
คุณไม่อาจมีคุณภาพแห่งความอดทนและการยกโทษแบบคริสเตียนได้โดยไม่มีความสัมพันธ์กับคนอื่น
► คุณภาพและกิจกรรมแบบคริสเตียนอย่างอื่นที่ต้องการคนอื่นๆมีอะไรบ้าง? (ความรัก เอกภาพ การสามัคคีธรรม การตรวจสอบได้ ความปราณี)
สิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์กับคนอื่น คุณภาพต่างๆพัฒนาและแสดงให้เห็นได้ในความสัมพันธ์เท่านั้น นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ของเรากับคนมีผลกระทบมากต่อการพัฒนาฝ่ายวิญญาณของเรา
มีหลักการอย่างน้อยสามหลักการในพระคัมภีร์ที่ประยุกต์ใช้ได้กับความสัมพันธ์ทุกประเภทของมนุษย์ นั่นคือ หลักการแห่งสันติ ความรัก และความเคารพ
จงมุ่งมั่นที่จะได้อยู่อย่างสงบสุขกับทุกคนและที่จะได้ความบริสุทธิ์ เพราะถ้าปราศจากความบริสุทธิ์แล้ว ก็จะไม่มีใครได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย (ฮีบรู 12:14)
พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวเน้นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ การแสวงหาสันติกับทุกคนเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความบริสุทธิ์
ในการแสวงหาสันตินั้นอย่างน้อยที่สุดคุณจะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างที่คุณติดค้างกับพวกเขาเอาไว้ คุณต้องให้ความขอบคุณ ความเคารพ หรือการเชื่อฟังกับคนที่คุณติดค้าง ถ้าหากคุณไม่ทำคุณก็มีความผิดที่ก่อความขัดแย้งขึ้น ถ้าหากคุณไม่ได้รับผิดชอบจนเสร็จสิ้น ไม่ได้รักษาสัญญา หรือไม่ได้ให้อย่างที่ควรให้แก่คนอื่น คุณก็ไม่ได้มุ่งแสวงหาสันติ เวลาที่คุณตระหนักว่าคุณไม่ได้ให้สิ่งที่คุณควรให้ คุณควรแสวงหาการยกโทษและทำข้อผูกมัดของคุณให้สำเร็จเท่าที่ทำได้ครับ
แต่การมุ่งแสวงหาสันติเรียกร้องมากกว่าการให้สิ่งที่คุณติดค้าง การแสวงหาสันติยังรวมถึงการให้ความรักความปราณีที่คุณไม่ได้ติดค้างด้วย
ถ้าหากคุณอยากได้สันติคุณจะแสวงหาการคืนดีเวลาที่มีความขัดแย้ง คุณจะเต็มใจยกโทษและรับการยกโทษ คุณจะไม่ด่วนทึกทักว่าฟื้นฟูสันติไม่ได้ คุณจะไม่ยอมรับการแยกทางกันอย่างถาวรง่ายๆ
พระเยซูตรัสว่าคุณต้องไปหาคนที่ทำผิดต่อคุณและอธิบายแก่เขาว่าเขาทำได้ทำอะไรลงไป (มัทธิว 18:15) ถ้าหากคุณมองว่าเรื่องเล็กเกินไปไม่ควรค่าแก่การเผชิญหน้า คุณก็ไม่ควรบอกเรื่องนี้กับคนอื่นหรือยังขุ่นเคืองใจต่อคนที่ทำผิด
พระเยซูตรัสว่าเราต้องเต็มใจยกโทษเจ็ดสิบคูณเจ็ดครั้ง (มัทธิว 18:21-22) เหตุผลที่คนมักละทิ้งคริสตจักรและล้มเลิกฝ่ายวิญญาณคือความขุ่นเคืองใจจากการถูกคริสเตียนทำร้าย ความขุ่นเคืองใจมักมาก่อนความล้มเหลวฝ่ายวิญญาณอื่นๆ
เวลาที่คนปฏิเสธไม่ยอมยกโทษ ชีวิตด้านหนึ่งของเขาก็ต่อต้านสิทธิอำนาจของพระเจ้าเพราะว่าพระเจ้าทรงเรียกร้องให้เรายกโทษ ชีวิตด้านนั้นกลายเป็นดินแดนที่ซาตานใช้ส่งผลกระทบต่อชีวิตด้านอื่นๆได้ ถ้าหากคนปฏิเสธไม่ยอมยกโทษ อีกไม่ช้าเขาก็จะไม่สามารถต้านทานการทดลองต่างๆที่ดูเหมือนกับว่าไม่สัมพันธ์อย่างสิ้นเชิงได้
พื้นฐานของการละเมิดส่วนบุคคลทุกอย่างอยู่ที่คุณค่าของเราต่อสิทธิของเรา เรารู้สึกขุ่นเคืองใจเวลาที่ไม่ได้รับเพราะว่าเราเชื่อว่าเรานั้นสมควรได้รับการปฏิบัติหรือความเคารพบางอย่าง เราเชื่อว่าเราสมควรได้รับมากกว่าสิ่งที่ได้รับ
กุญแจของการยกโทษคนอื่นคือการเข้าใจถึงการไถ่ การไถ่หมายถึงการซื้อกลับคืน เนื่องจากพระเจ้าทรงไถ่เราเราจึงเป็นของพระองค์และสิทธิต่างๆของเราก็เป็นของพระองค์ เราต้องตั้งใจยอมสิทธิของเราให้แก่พระเจ้า คุณอาจอธิษฐานว่า “พระเจ้าข้า ข้าพระองค์รู้ว่าสิทธิทั้งหมดของข้าพระองค์เป็นของพระองค์ ข้าพระองค์อยากให้พระองค์ดูแลสิทธิเหล่านั้นและประทานสิ่งที่พระองค์เห็นว่าดีสำหรับข้าพระองค์เท่านั้น” จากนั้นเวลาที่คนปฏิบัติดีต่อคุณ คุณก็ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงอนุญาตให้คุณได้รับอภิสิทธินั้น เวลาที่คนปฏิบัติไม่ดีต่อคุณคุณก็จดจำได้ว่าพระเจ้าทรงควบคุมสิทธิของคุณและพระองค์ทรงเห็นว่าคุณควรพัฒนามากขึ้นโดยไม่มีสิทธินั้นๆในขณะนั้น
ที่ปรึกษาฝ่ายโลกมักให้คำแนะนำที่มุ่งช่วยให้คุณควบคุมและเปลี่ยนคนที่ก่อปัญหาให้แก่คุณ นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับแรกครับ
เมื่อคุณยกโทษคนอื่น คุณก็กำลังยอมจำนนต่อพระเจ้าและอนุญาตให้พระองค์พัฒนาคุณอย่างที่พระองค์ทรงเลือก หลักการแห่งการยอมจำนนสิทธิของคุณต่อพระเจ้านี้ประยุกต์ใช้กับความสัมพันธ์กับมนุษย์ทุกความสัมพันธ์ (พระคัมภีร์อื่นๆที่อ้างอิงถึงการยกโทษได้แก่พระธรรมโคโลสี 3:13, มัทธิว 6:15 และโรม 12:19)
คนที่เราไม่ได้ติดค้างอะไรเราก็ยังคงต้องปฏิบัติต่อเขาด้วยความรัก เพราะเราได้รับพระคุณ เราจึงเป็นหนี้ต่อพระเจ้า เราไม่อาจจ่ายกลับคืนแก่พระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงมีความจำเป็นต่างๆแต่พระองค์ทรงบอกเราให้มอบความรักจากพระเจ้าที่เราเองไม่สมควรได้รับให้แก่คนอื่น
อย่าเป็นหนี้อะไรใครเลย นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน เพราะว่าผู้ที่รักคนอื่น ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว (โรม 13:8)
ความรักเป็นหลักฐานว่าใครเป็นคริสเตียนที่แท้จริง
ถ้าใครกล่าวว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” แต่ใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน เขาเป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่มองเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่มองไม่เห็นไม่ได้ (1 ยอห์น 4:20)
มีความรักพิเศษอยู่ท่ามกลางผู้เชื่อคริสเตียน และพระเยซูทรงถือการกระทำและท่าทีของคุณที่มีต่อผู้เชื่อคนอื่นเป็นการส่วนพระองค์ พระองค์จะตรัสที่การพิพากษาว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ซึ่งพวกท่านได้ทำกับคนใดคนหนึ่งที่เล็กน้อยที่สุดในพี่น้องของเรานี้ ก็เหมือนทำกับเราด้วย” (มัทธิว 25:40)
แต่เราต้องแสดงออกถึงความรักแบบคริสเตียนไม่เพียงแต่กับคริสเตียนคนอื่นๆเท่านั้น
พระธรรมมัทธิว 5:44-45 พระเยซูตรัสว่า
แต่เราบอกพวกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อบรรดาคนที่ข่มเหงพวกท่าน เพื่อว่าพวกท่านจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม
บางคนปราณีต่อคนที่ทำร้ายได้ยาก แต่ไม่มีข้ออ้างที่จะหยาบคาย เราต้องไม่ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างที่พวกเขาสมควรได้รับ เราต้องปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความรักและความปราณีไม่ว่าพวกเขาจะสมควรได้รับหรือไม่ก็ตาม เราจำเป็นต้องจดจำว่าเมื่อเราเป็นคนบาปนั้น เราไม่ได้สมควรต่อความรักของพระเจ้าเลย แต่พระองค์ก็ทรงรักเราอยู่ดี (ทิตัส 3:2-3)
► ถ้าหากผมให้ธนบัตรเงินหนึ่งร้อยดอลล่าร์หนึ่งใบที่ฉีกและสกปรก คุณจะอยากได้หรือเปล่า? คุณจะปฏิเสธเพราะว่ามันฉีกสกปรกหรือเปล่า?
คุณจะรับมันเอาไว้เพราะมันมีคุณค่าที่ไม่ขึ้นอยู่กับสภาพของมัน
ทุกคนสมควรได้รับความเคารพเพราะว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระเจ้า (ปฐมกาล 1:17) พระฉายาของพระเจ้าให้คุณค่าโดยเนื้อแท้แก่ทุกคน
ถึงแม้ว่าคนๆหนึ่งไม่มีความเฉลียวฉลาดมากหรือขาดทักษะ ขาดการอบรม และสิ่งอื่นๆที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จหรือเป็นประโยชน์ตามมาตรฐานโดยทั่วไป แต่เขาก็มีคุณค่าเพราะเขาเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระเจ้า
คุณค่าโดยเนื้อแท้ของคนยังคงอยู่ถึงแม้ว่าตัวเขานั้นจะทำให้คุณค่าตัวเองลดลงด้านอื่นจากการตัดสินใจที่โง่เขลาก็ตาม เขาอาจออกจากโรงเรียน ทำลายสุขภาพตัวเอง และก่อนิสัยที่ไม่ดีต่างๆ แต่เขามีค่าในฐานะบุคคลซึ่งมีวิญญาณอันเป็นอมตะตามพระฉายาของพระเจ้า
เราควรแสดงออกถึงความเคารพเมื่อมีการติดต่อกับผู้คนทุกครั้งเนื่องจากคุณค่าโดยเนื้อแท้ของพระเจ้าที่มีอยู่ในมนุษย์ ความสุภาพเอื้อเฟื้อเป็นการกระทำขั้นต่ำที่สุดที่พึงกระทำครับ
การชักใยและการหลอกลวงเป็นสิ่งที่ผิดเพราะว่าทุกคนตัดสินใจโดยมีผลลัพธ์ที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์และจำเป็นต้องรู้ถึงปัจจัยที่แท้จริงในการตัดสินใจ การทำให้คนๆหนึ่งทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยเหตุผลที่ผิดไม่ใช่ความสำเร็จเพราะว่าตัวเขานั้นก็ยังไม่ได้ตัดสินใจถูกต้อง
เราควรปฏิบัติต่อคนด้วยความเคารพแม้ในเวลาที่พฤติกรรมของเขาผิด การแก้ไขความผิดพลาดและการลงโทษการทำผิด (โดยคนที่มีสิทธิอำนาจเหมาะสม) ก็ต้องทำด้วยความตระหนักว่าเรากำลังรับมือกับผู้ที่เป็นอมตะซึ่งมีธรรมชาติบางอย่างของพระเจ้าอยู่ครับ
พระคัมภีร์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความสัมพันธ์ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการแห่งสันติ ความรัก และความเคารพ มีคำแนะนำต่างๆสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยา พ่อแม่กับลูก นายจ้างกับลูกจ้าง ศิษยาภิบาลกับคริสตจักร และคนสูงอายุกับคนหนุ่มสาว
► มีตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลักการเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนมาก
► แบ่งปันและขอตัวอย่างของเวลาที่คนพยายามแสวงหาสันติ
► แบ่งปันและขอให้สมาชิกทำพันธสัญญาว่าจะยกโทษต่อคนที่ทำให้พวกเขารู้สึกขุ่นเคืองใจ
► ถามถึงสถานการณ์ที่คนหนึ่งอาจแสดงความรักแก่อีกคนหนึ่งมากกว่าที่สมควรได้รับ
► อภิปรายว่าการปฏิบัติต่อคนด้วยความเคารพแม้ในเวลาที่เขามีพฤติกรรมผิดๆเป็นอย่างไร
พระบิดาในสวรรค์
โปรดช่วยข้าพระองค์ให้ใช้ชีวิตตามหลักการแห่งสันติ ความรัก และความเคารพตามพระคัมภีร์ในทุกความสัมพันธ์ของข้าพระองค์
ข้าพระองค์อยากจะยกโทษคนทำผิดต่อข้าพระองค์ โปรดช่วยข้าพระองค์ให้มุ่งแสวงหาการคืนดีกับคนที่ขัดแย้งกับข้าพระองค์
ข้าพระองค์อยากมีความรักต่อคนอื่นซึ่งอยู่เหนือความอดทนของมนุษย์โดยทั่วไป
โปรดช่วยข้าพระองค์ให้เคารพทุกคนในฐานะที่เป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระองค์
อาเมน
อ่านพระธรรมเอเฟซัส 5:22-6:9 เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับพฤติกรรมในความสัมพันธ์ต่างๆ ระบุถึงสิ่งที่คุณควรปฏิบัติต่อความสัมพันธ์ให้ต่างไปจากเดิม
26 lessons · แบบไทย
Your print request has been recorded. Your download should begin shortly.
Download Print-Ready FileFree to print for ministry use. No changes to content, no profit sales.
SGC exists to equip rising Christian leaders around the world by providing free, high-quality theological resources. We gladly grant permission for you to print and distribute our courses under these simple guidelines:
All materials remain the copyrighted property of Shepherds Global Classroom.
Questions? info@shepherdsglobal.org
Total
$21.99Added to Cart!
By submitting your contact info, you agree to receive occasional email updates about this ministry.
Download audio files for offline listening
No audio files are available for this course yet.
Check back soon or visit our audio courses page.
Share this free course with others